เมื่อมีเป้าหมายแล้วการตรวจวัดก็เป็นเครื่องมือที่จะบอกว่าเราอยู่ใกล้ หรือ ห่างจากเป้าหมายแค่ไหน สำหรับการลดน้ำหนักนั้น มีคำแนะนำหลักๆ ง่ายๆ สำหรับตรวจติดตาม 2 แบบ

การหมั่นวัดสัดส่วนร่างกาย น้ำหนัก ช่วยให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพ

การหมั่นวัดสัดส่วนร่างกาย น้ำหนัก ช่วยให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพ

เมื่อมีเป้าหมายแล้วการตรวจวัดก็เป็นเครื่องมือที่จะบอกว่าเราอยู่ใกล้ หรือ ห่างจากเป้าหมายแค่ไหน สำหรับการลดน้ำหนักนั้น มีคำแนะนำหลักๆ ง่ายๆ สำหรับตรวจติดตาม 2 แบบ

Jul 05, 2018

เขียนโดย
/ มีผู้อ่าน 357

เมื่อมีเป้าหมายแล้วการตรวจวัดก็เป็นเครื่องมือที่จะบอกว่าเราอยู่ใกล้ หรือ ห่างจากเป้าหมายแค่ไหน

สำหรับการลดน้ำหนักนั้น มีคำแนะนำหลักๆ ง่ายๆ สำหรับตรวจติดตาม 2 แบบ

 


1. คำนวณสัดส่วนของ เอวกับสะโพก

หรือการวัดหาเส้นรอบวงของเอวของเอวคุณ หารกับ เส้นรอบวงของสะโพก สามารถเป็นวิธีการหนึ่งในการดูว่าจริงๆแล้วคุณจำเป็นต้องลดน้ำหนักหรือเปล่า หรือ คุณควรจะหยุดลดน้ำหนักได้แล้ว

โดยวิธีการวัดทำได้ดังนี้

  • ใช้เทปวัดตัวพันรอบเอวโดยหาส่วนที่เล็กที่สุดและอยู่ใกล้สะดือ ทำการจดค่าเอาไว้สำหรับ “เส้นรอบวงเอว”

  • ใช้เทปวัดตัวพันรอบสะโพกในบริเวณส่วนที่คุณคิดว่าเป็นจุดที่ยื่นที่สุดของสะโพก ทำการจดค่าเอาไว้สำหรับ “เส้นรอบวงสะโพก”

  • ทำการคำนวนด้วยสูตรจากนี้

 

สัดส่วนเอว - สะโพก = เส้นรอบวงของเอว / เส้นรอบวงสะโพก

  • ที่นี้ก็อยากรู้แล้วใช่มั๊ยครับว่าสัดส่วนแบบไหนที่เป็นสัดส่วนสำหรับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ใน WikiHow ให้ข้อมูลเป็น Guide line ไว้ว่า ผู้หญิงควรมีสัดส่วนเอวกับสะโพก 0,8 หรือน้อยกว่า และผู้ชายควรมีสัดส่วนเอวกับสะโพก 0,9 หรือน้อยกว่า

 

2. หมั่นชั่งน้ำหนักทุกวัน 

เพราะน้ำหนักมวลกายนั้นแกว่งขึ้นลงในทุกๆวันขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่เราทำ หรือ อาหารการกินที่เรามีในวันนั้น ให้ตั้งมาตรฐานสำหรับการชั่งน้ำหนักเอาไว้ให้เหมือนกันทุกๆครั้งเช่น หลังมื้อเย็น หรือ ก่อนมื้อเช้า เพื่อจะได้ไม่ต้องปวดหัวกับผลการวัดที่ขึ้นๆลงจากการวัดที่ไม่เป็นมาตรฐาน มีหลายๆคนเหมือนกันที่เลือกที่จะวัดในช่วงเช้าหลังตื่นนอน หรือ ก่อนทานเข้าเช้า นั่นเพราะว่าเป็นช่วงที่ร่างกายเบาที่สุด

เรียบเรียงข้อมูลโดย Healthynine