ปัจจุบันเราคงปฏิเสธไม่ได้เลยทีเดียวว่าการทำประกันชีวิตนั้นกลายเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับเกือบทุกครอบครัวที่มีงานทำ เพราะการทำประกันชีวิตนั้นจะช่วยทำให้ชีวิตของคนที่อยู่ข้างหลังของคนที่ประกันนั้นสามารถที่จะเงินเหลือส่วนหนึ่งเพื่อเป็นทุนในการดำเนินชีวิต

ประกันชีวิตมีกี่แบบ และทำไมต้องทำประกันชีวิต

ประกันชีวิตมีกี่แบบ และทำไมต้องทำประกันชีวิต

ปัจจุบันเราคงปฏิเสธไม่ได้เลยทีเดียวว่าการทำประกันชีวิตนั้นกลายเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับเกือบทุกครอบครัวที่มีงานทำ เพราะการทำประกันชีวิตนั้นจะช่วยทำให้ชีวิตของคนที่อยู่ข้างหลังของคนที่ประกันนั้นสามารถที่จะเงินเหลือส่วนหนึ่งเพื่อเป็นทุนในการดำเนินชีวิต

Apr 17, 2017

เขียนโดย
/ มีผู้อ่าน 612

ประกันชีวิต

ปัจจุบันเราคงปฏิเสธไม่ได้เลยทีเดียวว่าการทำประกันชีวิตนั้นกลายเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับเกือบทุกครอบครัวที่มีงานทำ เพราะการทำประกันชีวิตนั้นจะช่วยทำให้ชีวิตของคนที่อยู่ข้างหลังของคนที่ประกันนั้นสามารถที่จะเงินเหลือส่วนหนึ่งเพื่อเป็นทุนในการดำเนินชีวิต การประกันชีวิตส่วนใหญ่ลูกค้าที่ซื้อจะเป็นกลุ่มของผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว หรือเป็นผู้ที่ส่งผลกระทบทางการเงินให้กับครอบครัวในกรณีที่เกิดเสียชีวิตขึ้นมา ซึ่งตอนนี้อาจจะขยายไปในทุกคนในครอบครัวแล้วก็ได้ ไม่ใช่เฉพาะที่ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ทำ

 

ประกันชีวิตในประเทศไทย แยกออกเป็นได้ 3 ประเภท ดังนี้

  1. ประเภทสามัญ เป็นการประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยค่อนข้างสูง ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไป มีการชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายปี, ราย 6 เดือน, ราย 3 เดือน หรือรายเดือน

  2. ประเภทอุตสาหกรรม เป็นการประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยต่ำ โดยทั่วไปตั้งแต่ 10,000 - 30,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลางถึงรายได้ต่ำ การชำระเบี้ยประกันภัยจะชำระเป็นรายเดือน และไม่มีการตรวจสุขภาพ

  3. ประเภทกลุ่ม เป็นการประกันชีวิตที่กรมธรรม์หนึ่งจะมีผู้เอาประกันชีวิตร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ส่วนมากจะเป็นกลุ่มของพนักงานบริษัท

 


ทำไมต้องทำประกันชีวิต 

1. เพื่อปกป้องรายได้ที่อาจสูญเสียไป หากต้องจากไปก่อน

2. เป็นระบบการเก็บออมที่เป็นระบบ

3. ชอบผลประโยชน์จากการเคลมค่ารักษาพยาบาล

4. เป็นเงินสำรองเผื่อต้องเกิดทุพพลภาพหรือพิการ

5. เป็นการแสดงถึงความรัก ความรับผิดชอบ ต่อครอบครัว

6. เพื่อเป็นความสงบทางใจ

7. เพื่อเตรียมไว้เป็นค่าใช้จ่ายวันสุดท้าย

8. เพื่อชำระหนี้สินที่ยังผ่อนค้างอยู่ หรือ ค้ำประกันหนี้สิน

9. เพื่อหักลดหย่อนภาษีรายได้บุคคลธรรมดา

10. สำรองเพื่อทุนการศึกษาลูก

11. เพื่อคนรอบข้างจะได้สบายเมื่อยามเราจากไปแล้ว

 

การยกเว้นการจ่ายเงินเอาประกันชีวิต

ซึ่งจะเขียนแนบท้ายในเอกสารประกันชีวิตของเรา กรณีไม่จ่ายค่าประกันคือ

  • ผู้รับประโยชน์ฆ่าผู้เอาประกันตาย

  • ผู้เอาประกันฆ่าตัวตายภายใน 1 ปี นับจากวันทำสัญญาหรือวันต่ออายุสัญญาครั้งสุดท้าย

ซึ่งความตายที่เกิดจากสาเหตุข้างต้นดังกล่าว บริษัทประกันชีวิตจะไม่จ่ายจำนวนเงินเอาประกันชีวิตให้ แต่จะคืนเบี้ยประกันชีวิตที่ได้ชำระมาแล้วทั้งหมดเท่านั้น

เรียบเรียงข้อมูลโดย Healthynine