สัดส่วนผักและผลไม้ที่ในแต่ละมื่อนั้นควรจะประมาณ 50% ถึง 70% ของมื้อนั้นๆ ผู้เชี่ยวชาญโภชนาการยังแนะนำให้ประทานผักผลที่หลากสี จะทำให้เราได้รับวิตามินและแร่ธาตืที่มีประโยชน์ได้มากขึ้นกว่าการทานผักหรือผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งซ้ำๆ

ปริมาณกินผัก VS เนื้อที่เหมาะสม

ปริมาณกินผัก VS เนื้อที่เหมาะสม

สัดส่วนผักและผลไม้ที่ในแต่ละมื่อนั้นควรจะประมาณ 50% ถึง 70% ของมื้อนั้นๆ ผู้เชี่ยวชาญโภชนาการยังแนะนำให้ประทานผักผลที่หลากสี จะทำให้เราได้รับวิตามินและแร่ธาตืที่มีประโยชน์ได้มากขึ้นกว่าการทานผักหรือผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งซ้ำๆ

Feb 13, 2017

เขียนโดย
/ มีผู้อ่าน 322

ในยุคที่สังคมเร่งรีบ การทานอาหารของเราโดยเฉพาะในสังคมไทยนั้นดูจะเป็นไปด้วยความเร่งรีบ เอาสะดวกมากกว่า การเลือกสรรจากคุณประโยชน์ เช้าที่วุ่นวาย บางคนอาจพึงพอในกับการทานแค่ขนมปังง่ายๆ กับนมสักกล่อง โดยไม่มีผลไม้หรือผักในเมื้อเช้า แล้วเราก็ไปฝากความหวังว่าเราจะทานผักให้มากขึ้นในมื้อถัดๆไป แต่อย่าลืมว่าคำว่า สัดส่วนที่เหมาะสมนั้นมันหมายถึงในแต่ละมื้อไม่ใช่แต่ละวัน เราลองมาดูกันว่าปริมาณความเหมาะสมนั้น เป็นอย่างไร
 

 

สัดส่วนผักและผลไม้ที่ควรทานในแต่ละมื้อ

สัดส่วนผักและผลไม้ที่ในแต่ละมื่อนั้นควรจะประมาณ 50% ถึง 70% ของมื้อนั้นๆ ผู้เชี่ยวชาญโภชนาการยังแนะนำให้ประทานผักผลที่หลากสี จะทำให้เราได้รับวิตามินและแร่ธาตืที่มีประโยชน์ได้มากขึ้นกว่าการทานผักหรือผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่งซ้ำๆ

 

 


โปรตีนจากเนื้อ

โปรตีนจากเนื้อ ทางผู้เชี่ยวชาญโภชนาการแนะนำว่าควรทานให้ได้ สัก 1 ใน 4 ของมื้อนั้นๆ อันนี้อาจทำร้ายจิตใจคนที่ชื่นขอบทาน สเต๊กบ้างเพราะ ลองสักเกตุจากสเต๊กดูสิครับ ตรงกันข้ามกันเลย อีกทั้งยังมีคำแนะนำอีกด้วยว่าเราไม่ควรทานเนื้อชนิดเดียวกันในทุกๆมื้อตลอดไป ร่างกายเราควรจะรับโปรตีนจาก หลากหลายแหล่ง อาทิเช่น หากมื้อนี้เราทานเนื้อหมู เราอาจเปลี่ยนไปทานอาหารทะเลในมื้อถัดๆ ไป หรือแม้กระทั่งเลือกทานโปรตีนที่ไม่ได้มาจากเนื้อสัตว์

 

 

โปรตีนทางเลือก

โปรตีนทางเลือก ที่อินเดียนั้นเป็นตัวอย่างหนึ่งของประเทศที่ทานโปรตีนทางเลือกกันอย่างแพร่หลาย หากเราไปอยู่ที่นั้นเราจะพบว่าการปรุงอาหารจากพืชผักตระกูลถั่วนั้น ทำได้ดีจนลืมความอยากทานเนื้อไปเลย โดยโปรตีนทางเลือกนั้นประกอบไปด้วย ไข่ ถั่ว ผลิตภัณท์จากถั่วเหลือง เช่นพวกเต้าหู้ต่างๆ

 

อาจมีความลำบากอยู่บ้างในการรับประทานให้ได้สัดส่วนในแต่ละมื้อ แต่ ประโยคที่ว่า you are what you eat นั่นก็บอกเราได้อย่างดีว่าไม่ควรมองข้ามสิ่งที่เราจะรับประทานเข้าไปเลย

 
ที่มา : http://healthyeating.sfgate.com
เรียบเรียงข้อมูลโดย Healthynine