มะรุมมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียและประเทศในแถบหิมาลัย   ในอินเดียนั้นน้ำมันมะรุมจะถูกนำใช้เป็นยาอายุรเวชและเป็นอาหาร ปัจจุบันต้นมะรุมถูกปลูกอยู่ในหลายประเทศแล้วรวมถึงประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และแอฟริกา นอกจากจะใช้เป็นยาและอาหารแล้ว

ผิวใสได้ด้วย มะรุม

ผิวใสได้ด้วย มะรุม

มะรุมมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียและประเทศในแถบหิมาลัย ในอินเดียนั้นน้ำมันมะรุมจะถูกนำใช้เป็นยาอายุรเวชและเป็นอาหาร ปัจจุบันต้นมะรุมถูกปลูกอยู่ในหลายประเทศแล้วรวมถึงประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และแอฟริกา นอกจากจะใช้เป็นยาและอาหารแล้ว

Jul 03, 2018

เขียนโดย
/ มีผู้อ่าน 26

ผิวใสได้ด้วย มะรุม

มะรุมมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียและประเทศในแถบหิมาลัย   ในอินเดียนั้นน้ำมันมะรุมจะถูกนำใช้เป็นยาอายุรเวชและเป็นอาหาร ปัจจุบันต้นมะรุมถูกปลูกอยู่ในหลายประเทศแล้วรวมถึงประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และแอฟริกา นอกจากจะใช้เป็นยาและอาหารแล้ว น้ำมันมะรุมยังถูกใช้เป็นน้ำมันหล่อลื่นให้กับเครื่องจักร และพลังงานเชื้อเพลิงอีกด้วย


น้ำมันมะรุมประกอบด้วยวิตามินที่สำคัญต่อร่างกายเช่น

  • วิตามินเอ - มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน

  • วิตามินซี - มีส่วนช่วยในการลดเลือดริ้วรอย

  • วิตามินอี – ช่วยรักษาและบรรเทาอาการผื่นคัน

สรรพคุณที่สำคัญของน้ำมะรุมคือ

  • บำรุงผิวพรรณ

  • ช่วยรักษาผิวแห้ง

  • ลดริ้วรอย

  • ป้องกันสิวและจุดด่างดำจากสิว

โดยน้ำมันมะรุมสกัดมาจากเมล็ดของต้นมะรุมซึ่งจะถูกบีบกดและมีน้ำมันสีเหลืองๆใสๆออกมา ซึ่งน้ำมันชนิดนี้เราจะเรียกกันว่า Ben Oil หรือ Behen Oil เพราะมันมีความเข้มข้นของกรดเบเฮนนิค(Behenic Acid) และกรดไขมัน(Fatty Acid)สูงมาก เนื่องจากน้ำมันมะรุมมีสารแอนติออกซิแดนท์(Antioxidant)ที่คงความสดใหม่ให้กับเซลล์ตามธรรมชาติ มันจึงเป็นน้ำมันที่ความเสถียร(Stable), ป้องกันกลิ่นเหม็นหืน และมีอายุการใช้งานถึง 5 ปี น้ำมันมะรุมอุดมไปด้วยสารอาหาร มีสาร palmitoleic สูง, มี oleic และ linoleic acids, กรดไขมันที่ให้ความชุ่มชื้น(moisturizing fatty acids) และวิตามิน A และ C

ข้อความระวังการเลือกซื้อน้ำมันมะรุมคือ เราต้องดูว่ามี ต้องสังเกตุว่ามี อย. รับประกันหรือเปล่านะคะ ถ้าไม่มีก็ควรระวังด้วยนะคะ

เรียบเรียงข้อมูลโดย Healthynine