หลายๆ ประกันชีวิตนั้นพยายามออกแบบให้ครอบคลุมลูกค้า ที่เป็นส่วนบุคคล กลุ่ม หรือแม้กระทั่งตินิบุคคล เพื่อให้เข้าใจง่ายในเบื้องต้น ผุ้เขียนสามารถแบ่งประกันชีวิตได้ 2 แบบ คือแบบออมทรัพย์ และ แบบคุ้มครอง

การตัดสินใจสำหรับการทำประกันชีวิต

การตัดสินใจสำหรับการทำประกันชีวิต

หลายๆ ประกันชีวิตนั้นพยายามออกแบบให้ครอบคลุมลูกค้า ที่เป็นส่วนบุคคล กลุ่ม หรือแม้กระทั่งตินิบุคคล เพื่อให้เข้าใจง่ายในเบื้องต้น ผุ้เขียนสามารถแบ่งประกันชีวิตได้ 2 แบบ คือแบบออมทรัพย์ และ แบบคุ้มครอง

Mar 15, 2017

เขียนโดย
/ มีผู้อ่าน 241

การตัดสินใจเลือกซื้อประกันชีวิต

ผู้เขียนอยากแสดงความเห็นว่า บ้านเราเมืองไทยนั้น การให้บริการประกันชีวิตมีผลิตภัณท์มากมาย การเลือกซื้อประกันชีวิตสำหรับผู้เขียนนั้น ปวดหัวเสียยิ่งกว่าการเลือกซื้อรถยนต์เสียอีก นั่นเพราะว่าหลายๆประกันชีวิตนั้นพยายามออกแบบให้ครอบคลุมลูกค้า ที่เป็นส่วนบุคคล กลุ่ม หรือแม้กระทั่งตินิบุคคล เพื่อให้เข้าใจง่ายในเบื้องต้น ผุ้เขียนสามารถแบ่งประกันชีวิตได้ 2 แบบ คือแบบออมทรัพย์ และ แบบคุ้มครอง  ซึ่งจะว่าไป แบบใดแบบหนึ่งล้วนๆ นั้นก็หายากเหมือนกัน

ต่างคนต่างความคิด แต่หากท่านผู้อ่านสนใจ ผู้เขียนอยากจะให้แนวคิดในการเลือกประกันชีวิตไว้ดังนี้

 

ในแง่การบริหารเงิน บริหารทรัพย์สินด้วยตัวเองนั้น เราทำได้ดีแค่ไหน?

ทั้งนี้ เพราะเมื่อเรามีเงินสดเหลือ สิ่งที่เราควรทำเพื่อไม่ให้เงินสดเราลดมูลค่าลงจากอัตราเงินเฟ้อก็คือการนำเงินไปลงทุน.. ไม่พูดถึงการนำเงินไปฝากธนาคารเอาดอกเบี้ยนะครับเพราะถึงแม้ว่าทางธนาคารจะให้ดอกเบี้ย แต่เราจะไม่ได้ดอกเบี้ยเงินฝากสูงพอที่จะเอาชนะเงินเฟ้อได้ เพราะนั่นเป็นธุรกิจของธนาคาร ดังนั้นทางเลือกก็คือนำเงินสดที่เรามีพอไปลงทุนในธุรกิจ เช่น หุ้น ที่ดิน ธุรกิจส่วนตัว แต่นั่นเป็นเรื่องความสามารถ และ การทุ่มเทเวลาเฉพาะตัว รวมทั้งการแบกรับความเสี่ยงที่จะขาดทุนด้วย, ครับมีโอกาสขาดทุน ตามกฏการทำธุรกิจคือ “ผลตอบแทนสูง ความเสี่ยงสูง” ดังนั้นหากเราไม่คิดอะไร การซื้อประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ก็เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่ง ในแง่ที่เราสามารถหักลดภาษีได้ทันทีในปีนั้น ถึงแม้ว่าผลตอบแทนระยะยาวจะไม่สูง แต่ก็ถือว่าเป็นการ ”ซื้อความเสี่ยง” ในกรณีเราเกิดอุบัติเหตุ หรือ โรคร้ายที่มีผลต่อการดำเนินชีวิต ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ส่วนใหญ่ จะได้รับเงินชดเชยเมื่อผู้ทำประกันเกิดประสพอุบัติเหตุ หรือ ป่วยร้ายแรงเท่านั้น และเมื่อครบกำหนดประกันเราจะได้เงินต้นคืนและดอกเบี้ยจากเงินต้น


ตัวอย่างประกันชีวิตแบบออมเงินของ AIA

 

ในแง่การชดเชยจากอุบัติเหตุ-เจ็บป่วย เราต้องการแค่ไหน

นี่เป็นเรื่องความเสี่ยงส่วนบุคคล หากว่าเราประเมินว่าเราไม่น่าจะเจ็บป่วยอะไรใช้เงินทองเกินไปจากที่เรามีเตรียมไว้แล้วล่ะก็ เราก็อาจจะไม่จำเป็นต้องซื้อ แต่หากเรากังวลว่าเมื่อเราเจ็บป่วยแล้วเงินที่เก็บมาอาจจะหมดไปจนถึงขั้นหมดตัวได้ล่ะก็ การซื้อประกันชนิดคุ้มครอง ก็เป็นการซื้อความกังวลครับ

 

มีข้อถกเถียงกันมากมาย ไม่รู้จบสำหรับการเลือกประกัน หากเรามองในแง่ที่ว่าต้องการประโยชน์สูงสุด เราอาจไม่สามารถซื้อประกันอะไรได้สักอย่างเลย แต่หากมองในแง่ที่ว่า เป็นการ “ซื้อความเสี่ยง” หรือ “ซื้อความกังวล” แล้วล่ะก็การตัดสินใจจะง่ายดายเลยล่ะครับ

การซื้อประกันก็เป็นการลงทุน และการลงทุนนั้นเป็น ศิลปะ มากกว่าการคำนวณนะครับ

เรียบเรียงข้อมูลโดย Healthynine